สุขภาพ
สำหรับเรื่องการประกันสุขภาพ กรุณาดูที่หน้าความคุ้มครองสุขภาพสำหรับนักศึกษาต่างชาติ (OSHC)
การดูแลสุขภาพกายของท่านจะส่งผลดีต่อสุขภาพจิตและความสามารถในการเรียนรู้ของท่านด้วย ท่านควรตั้งเป้าไว้ที่การออกกำลังกายปานกลางเป็นเวลา 30 นาที ห้าครั้งต่อสัปดาห์ กิจกรรมนี้จะช่วยท่านควบคุมความเครียด ทำให้ท่านสดใสขึ้นเวลาที่ท่านรู้สึกหดหู่ และทำให้ท่านมีพละกำลังมากขึ้น (แม้ว่าท่านอาจจะรู้สึกไม่ดีตอนจะเริ่มออกกำลังกายก็ตาม) นอกจากนี้ยังช่วยทำให้ความคิดของท่านปลอดโปร่งเพื่อพร้อมสำหรับการเรียน และยังเป็นโอกาสดีที่จะได้ทำอะไรร่วมกับเพื่อนๆ และได้หาเพื่อนใหม่อีกด้วย
นอกจากนี้ การออกกำลังกายเป็นประจำยังเป็นวิธีการที่ยอดเยี่ยมที่จะช่วยให้ท่านนอนหลับสนิท นี่เป็นเรื่องสำคัญเพราะการนอนหลับไม่สนิททุกคืนจะทำให้ท่านหมดเรี่ยวแรง หงุดหงิดง่าย และไม่สามารถตั้งสมาธิกับการเรียนได้ ยิ่งกว่านั้น ถ้าท่านนอนหลับไม่สนิทติดต่อกันเป็นเวลานาน ท่านก็อาจจะพบว่าท่านเจ็บป่วยง่ายขึ้น และรู้สึกโศกเศร้าและเสียใจกับสิ่งที่ปกติแล้วไม่ทำให้ท่านรู้สึกอะไร
แน่นอนว่า การต้องเป็นนักศึกษาคือสาเหตุสำคัญอีกอย่างหนึ่งที่ทำให้ท่านนอนหลับได้ไม่สนิท เป็นเรื่องยากที่จะจัดสรรเวลาสำหรับทำสิ่งต่างๆอย่างเช่น การเดินทางมายังห้องเรียน การทบทวนบทเรียน และในขณะเดียวกันก็ต้องใช้ชีวิตในสังคมด้วย ปกติแล้ว การนอนหลับเป็นสิ่งแรกที่นักศึกษาจะตัดทิ้งก่อนเลยเวลาที่มีเวลาไม่พอ แต่ต่อไปนี้เป็นเรื่องที่ท่านสามารถทำได้เพื่อช่วยจัดระเบียบการนอนหลับของท่าน:
- พยายามลุกขึ้นจากเตียงทันทีที่ท่านตื่น ไม่ใช่หลับตาแล้วขอนอนต่ออีก ‘ห้านาที’ นอกจากนี้ให้ท่านพยายามตื่นนอนเวลาเดิมทุกวัน
- ออกกำลังกายในตอนเช้า ถ้าจะให้ดีให้ออกกำลังกายนอกบ้านในบริเวณที่มีอากาศบริสุทธิ์
- อย่านอนกลางวัน เพราะถ้าท่านนอนกลางวัน บางทีอาจทำให้ท่านนอนหลับยากขึ้นในตอนกลางคืนก็ได้
- อย่าเข้านอนดึกเกินไป และพยายามเข้านอนเวลาเดียวกันทุกคืน ก่อนเข้านอนให้จัดสรรเวลาให้ตัวท่านเองซักราว 30 นาทีสำหรับใช้ในการผ่อนคลายและสงบใจ
- อย่าอ่านหนังสือเรียนบนเตียง – เพราะจะทำให้สมองของท่านคิดว่าเตียงเป็นสถานที่เรียน ไม่ใช่ที่นอน และ
- หลีกเลี่ยงสุราและบุหรี่ในช่วงสองสามชั่วโมงก่อนเข้านอน หากท่านประสบปัญหาด้านการนอนหลับ ให้ปรึกษาแพทย์ (หรือเรียนกันว่าแพทย์ทั่วไป GP) แพทย์อาจมีเคล็ดลับดีๆที่จะช่วยท่านให้นอนหลับอย่างมีคุณภาพในตอนกลางคืนได้
โภชนาการ
ปัจจัยอีกอย่างหนึ่งที่จะส่งผลกระทบต่อสุขภาพของท่านได้ก็คือ สิ่งที่ท่านรับประทานเข้าไป เช่นเดียวกัน ชีวิตนักศึกษาอาจทำให้การกินอาหารมีประโยชน์เป็นเรื่องยาก การหยิบขนมขบเคี้ยวทานระหว่างทางเดินจากห้องสมุดมายังบ้านเพื่อนนั้นอาจเป็นเรื่องสะดวก แต่เมื่อเวลาผ่านไปนานๆ การทำเช่นนี้อาจเกิดผลร้ายมากกว่าผลดี การรับประทานอาหารที่ดีจะช่วยส่งเสริมสุขภาพและพลังของท่าน ทำให้ร่างกายของท่านมีพลังงานที่จะใช้ในแต่ละวัน นอกจากนี้ยังช่วยเพิ่มความแข็งแรงของระบบภูมิคุ้มกันและความสามารถในการตั้งสมาธิอีกด้วย:
- อย่าอดอาหารเช้า อาหารเช้าจะช่วยเริ่มต้นระบบเผาผลาญอาหารของท่านในแต่ละวัน และจะช่วยเพิ่มพลังให้ท่าน
- ทานผักและผลไม้สดเยอะๆ สภาพอากาศที่หลากหลายของออสเตรเลียเป็นสภาวะที่สมบูรณ์แบบสำหรับการปลูกพืชผักสดนานาชนิด และคุณภาพอาหารของเราก็ยอดเยี่ยมที่สุดในโลก ท่านควรหาประโยชน์จากโอกาสนี้
- ดื่มน้ำมากๆ ตลอดทั้งวัน การขาดน้ำจะทำให้อ่อนเพลีย ปวดหัว ขาดสมาธิ และทำให้เกิดปัญหาด้านสุขภาพอื่นๆอีกมาก
- ถ้าท่านทานมังสวิรัติ แน่ใจว่าท่านได้รับสารอาหารที่จำเป็นอย่างเพียงพอแล้วจากอาหารของท่าน ท่านสามารถปรึกษากับแพทย์ทั่วไป GP หรือนักโภชนาการได้ ว่ามีอาหารอะไรบ้างที่สามารถทดแทนเนื้อสัตว์และผลิตภัณฑ์จากสัตว์ และ
- อย่าทานอาหารแบบนำกลับบ้านหรืออาหารฟาสต์ฟู๊ด มันฝรั่งแผ่น ช็อกโกแลต บิสกิต หรือน้ำอัดลมมากเกินไป
อ่านเพิ่มเติมเรื่องโภชนาการได้ที่ www.nutritionaustralia.org
สุขภาพทางเพศ
ออสเตรเลียเป็นประเทศที่ค่อนข้างมีอิสระเสรีในแง่ของความสัมพันธ์ทางเพศและการคุมกำเนิด แม้ว่าอัตราการติดเชื้อ HIV และ AIDS ในออสเตรเลียจะค่อนข้างต่ำ (ราวร้อยละ 0.1 ของประชากร) แต่อัตราการติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ (STIs) กำลังเพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะอย่างเช่น เชื้อคลามีเดียและหนองในแท้ ท่านสามารถปกป้องตัวท่านจากการติดเชื้อและการตั้งครรภ์ที่ไม่พึงประสงค์ได้ด้วยการใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้ง ลดจำนวนคู่นอนของท่านลง หรืองดเว้นจากการมีเพศสัมพันธ์ นอกจากนี้ ผู้หญิงยังสามารถใช้ยาคุมกำเนิดเพื่อป้องกันการตั้งครรภ์ได้ แต่ยาคุมกำเนิดจะไม่สามารถปกป้องท่านจากโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์
ท่านสามารถหาซื้อถุงยางอนามัยได้ตามซูเปอร์มาร์เก็ตและร้านขายยา (หรือเรียกอีกอย่างว่า Pharmacy หรือ Drugstore) ถุงยางมีราคาไม่แพงและขายให้กับทุกคนที่ต้องการซื้อ ส่วนการซื้อยาคุมกำเนิดต้องมีใบสั่งยาจากแพทย์ GP
จำไว้ว่าท่านมีสิทธิเสมอที่จะยืนกรานให้คู่นอนใช้ถุงยางอนามัย และท่านก็มีสิทธิปฏิเสธการมีความสัมพันธ์ทางเพศกับคู่นอนของท่านได้แม้ว่าท่านจะกำลังคบหากันอยู่ก็ตาม นอกจากนี้ให้ระวังตัวด้วยหากท่านดื่มสุรา หากท่านคิดว่าท่านอาจตกเป็นเหยื่อของการล่วงละเมิดทางเพศ กรุณาติดต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่ปรึกษาในสถาบันการศึกษาของท่าน หรือองค์กรในชุมชนอย่างเช่น สายด่วนไลฟ์ไลน์ (Lifeline) ที่เบอร์ 13 11 14
ที่ปรึกษาและสุขภาพจิต
มีสถาบันการศึกษาหลายแห่งมีบริการให้คำปรึกษา (Counselling Services) พร้อมด้วยบุคลากรที่มีคุณวุฒิครบถ้วนและขึ้นทะเบียนแล้วที่จะให้คำปรึกษาฟรีและเป็นความลับในหลากหลายประเด็นปัญหา การให้คำปรึกษาส่วนตัวอาจครอบคลุมถึงเรื่องต่างๆ อย่างเช่นปัญหาการคิดถึงบ้านหรือการขาดกำลังใจเพราะอาการซึมเศร้า การกลั่นแกล้งรังควาญ หรือเรื่องความสามารถด้านการเรียน นอกจากนี้ทางสถาบันยังสามารถจัดความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญภายนอกได้ถ้าต้องการ
สายด่วน Lifeline จะให้บริการคำปรึกษาผ่านทางโทรศัพท์ โดยที่ปรึกษาอาสาสมัครที่ผ่านการอบรมมาแล้ว หากท่านหรือคนที่ท่านรู้จักจำเป็นต้องได้รับความช่วยเหลือทางอารมณ์หรือกำลังประสบวิกฤติในชีวิตอยู่ ให้โทรไปยัง 13 11 14 – บริการนี้เปิดตลอด 24 ชั่วโมงต่อวัน 7 วันตลอดสัปดาห์ ไม่ว่าท่านจะอยู่ที่ไหนในออสเตรเลียก็ตาม
ทุกคนสามารถโทรปรึกษาสายด่วน Lifeline ได้ ที่ปรึกษาทางโทรศัพท์พร้อมเสมอที่จะพูดคุยและรับฟังปัญหาไม่ว่าจะใหญ่หรือเล็กแค่ไหน ที่ปรึกษาของเราได้รับการอบรมมาแล้ว จึงสามารถให้ความช่วยเหลือทางจิตใจได้เวลาที่เกิดปัญหาหรือเวลาที่ผู้โทรรู้สึกหดหู่หรือต้องการคำปรึกษา นอกจากนี้เรายังสามารถให้ข้อมูลเกี่ยวกับบริการความช่วยเหลืออื่นๆที่มีอีกด้วย
ท่านสามารถดูข้อมูลและแหล่งความช่วยเหลือตัวเองได้ที่ www.lifeline.org.au หรือ www.beyondblue.org.au
การรับบริการด้านสุขภาพ
หากท่านอยู่ในออสเตรเลียนานกว่าหนึ่งภาคเรียน ก็มีโอกาสที่ท่านจะต้องไปพบแพทย์ด้วยเหตุผลบางประการ ท่านสามารถวางใจได้เพราะแพทย์ของออสเตรเลียมีความเชี่ยวชาญและมีวุฒิการศึกษาสูง และท่านจะได้รับการดูแลเป็นอย่างดีในสภาพแวดล้อมที่สะอาดและถูกสุขลักษณะ
ท่านควรเลือกใช้บริการการแพทย์แบบใด
ไม่เหมือนกับในประเทศอื่นหลายประเทศ ที่ออสเตรเลียนั้นท่านไม่ควรใช้บริการห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาล (ER) อย่าง เด็ดขาด ถ้าไม่ใช่สถานการณ์ที่เป็นอันตรายถึงชีวิตจริงๆ เพราะทุกคืนตลอดสัปดาห์นั้น ห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาลจะอัดแน่นไปด้วยผู้คนที่ต้องการรักษาอาการเจ็บป่วยเล็กๆ น้อยๆ อย่างเช่น ไข้หวัดหรืออาการปวดหัว หรือบาดแผลขนาดเล็ก เหตุการณ์นี้ทำให้แพทย์และพยาบาลต้องทำงานหนักมาก และทำให้ชีวิตของคนที่ต้องการความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนจริงๆ นั้นต้องตกอยู่ในอันตราย
แพทย์เวชปฏิบัติทั่วไป
แพทย์เวชปฏิบัติทั่วไปหรือแพทย์ทั่วไป (GP) คือแพทย์ที่ท่านมักจะพบเจอกันตามปกติ แพทย์ GP จะรักษาอาการทางการแพทย์ที่ไม่ร้ายแรงถึงชีวิต เช่น ไวรัส ไข้หวัด ไข้หวัดใหญ่ การติดเชื้อ– และสภาวะทั่วไป ‘ประจำวัน’ ทุกรูปแบบที่ทำให้ท่านรู้สึกป่วย แพทย์ทั่วไป GP อาจเก็บตัวอย่างเลือดและปัสสาวะของท่าน ฉีดยาให้ท่านและทำการผ่าตัดเล็กได้อย่างเช่น การเย็บแผลและการลบไฝ นอกจากนี้ ยังสามารถตรวจโรคสตรีได้อีกด้วย
แพทย์ทั่วไป GP อาจถามคำถามที่เป็นเรื่องส่วนตัวและน่าอายมาก แต่เป็นเรื่องสำคัญที่ท่านจะต้องตอบคำถามเหล่านี้ให้ตรงกับความเป็นจริง การตอบคำถามอย่างตรงไปตรงมาจะช่วยให้แพทย์ GP สามารถวินิจฉัยอาการของท่านได้อย่างถูกต้องและให้การดูแลทางการแพทย์ที่เหมาะสมกับท่านได้ จำไว้ว่าทุกเรื่องที่ท่านบอกแพทย์ไปนั้นจะถูกเก็บไว้เป็นความลับ อย่างไรก็ดี หากท่านรู้สึกไม่สบายใจเวลารับการรักษาจากแพทย์คนหนึ่งคนใด ท่านก็สามารถขอเปลี่ยนแพทย์ผู้รักษาได้
หากท่านจำเป็นต้องพบแพทย์ GP ท่านสามารถดูรายชื่อแพทย์ใกล้บ้านท่านได้จากสมุดโทรศัพท์หน้าเหลือง ( www.yellowpages.com.au ) ท่านอาจต้องนัดกับแพทย์ล่วงหน้า ปกติแล้วแพทย์ GP จะไม่แวะมาหาท่านเอง และจะไม่ติดต่อเป็นประจำกับท่านนอกเวลาที่นัดหมายไว้ แพทย์ GP บางคนจะทำงานคนเดียว (เรียกว่าคลินิก) บางคนก็ทำงานร่วมกับแพทย์ GP อีกหนึ่งหรือสองคน หรือบางคนก็ทำงานในศูนย์การแพทย์ร่วมกับแพทย์ GP อื่นอีกห้าหรือหกคน บริการที่ท่านได้รับจากแพทย์ GP ในคลินิกหรือศูนย์การแพทย์นั้นจะคล้ายคลึงกัน แพทย์ของท่านจะมีความสามารถสูง และจะเก็บความลับเกี่ยวกับการรักษาไว้อย่างเต็มที่ แต่ก็ยังมีข้อแตกต่างกันบ้างเล็กน้อย ตามที่จะแสดงอยู่ในตารางดังต่อไปนี้
| คลินิก |
ศูนย์การแพทย์ |
| ท่านควรนัดหมายไว้ล่วงหน้า ท่านอาจจะไม่ได้พบแพทย์ในวันที่ท่านโทรมาก็ได้ |
ไม่จำเป็นต้องนัดหมายล่วงหน้า ท่านสามารถเดินเข้ามาที่ศูนย์การแพทย์เมื่อไรก็ได้ ให้ใส่ชื่อของท่านในใบรายชื่อ แล้วท่านจะถูกเรียกเมื่อแพทย์พร้อมให้บริการท่าน แต่อาจต้องรอหลายชั่วโมง |
| ท่านต้องจ่ายเงินเพื่อพบแพทย์ GP (ค่าใช้จ่ายจะต่างกันออกไป) |
แพทย์ GP ที่ศูนย์การแพทย์จะบริการฟรี |
| ท่านสามารถพบแพทย์คนเดิมได้ทุกครั้งที่ท่านมา ดังนั้นแพทย์ GP คนดังกล่าวจะคุ้นเคยกับประวัติทางการแพทย์ของท่าน |
ท่านอาจได้พบกับแพทย์ GP รายอื่นเมื่อท่านมา ซึ่งก็หมายความว่าท่านอาจจะต้องอธิบายประวัติทางการแพทย์ของท่านอีกครั้ง |
| เปิดบริการในวันธรรมดา ส่วนใหญ่จะเปิดเฉพาะชั่วโมงทำงานปกติเท่านั้น |
ขยายเวลาเปิดเป็นพิเศษ และเปิดบริการทุกวัน |
ปกติแล้ว ประกัน OHSC จะออกค่าใช้จ่ายในการพบแพทย์ให้ท่านบางส่วน อย่างไรก็ตาม ท่านอาจจะต้องสำรองจ่ายค่าธรรมเนียมไปก่อนเวลาที่ท่านนัดพบแพทย์ แล้วค่อยขอเงินคืนจากผู้ให้บริการ OHSC ในภายหลัง
แพทย์เฉพาะทาง
ในบางกรณีท่านอาจจำเป็นต้องพบกับแพทย์เฉพาะทาง (Specialist doctor) อย่างเช่น จักษุแพทย์ แพทย์โรคเท้า หรือแพทย์ผิวหนัง โดยทั่วไปก่อนท่านจะพบแพทย์เฉพาะทางได้นั้น ท่านต้องได้รับการส่งต่อ (Referral) มาจากแพทย์ GP เสียก่อน อย่างไรก็ตาม แพทย์เฉพาะทางจะคิดค่ารักษาแพงกว่าแพทย์ GP มาก แต่บริการบางอย่างของแพทย์เฉพาะทางก็อาจได้รับความคุ้มครองจากประกันสุขภาพนักศึกษาต่างชาติ (OSHC) ของท่าน
แพทย์เฉพาะทางจะตรวจอาการของท่าน บางทีก็ใช้การทดสอบต่างๆ ช่วยด้วย แล้วจะมีการวางแผนการรักษาให้ท่านปฏิบัติตาม ท่านอาจจะต้องไปพบแพทย์เฉพาะทางหลายครั้งเพื่อรับการรักษาอาการเจ็บป่วยของท่าน
แพทย์ประจำห้องฉุกเฉิน
แพทย์ประจำห้องฉุกเฉิน (ER) จะทำงานอยู่ในโรงพยาบาลและมีหน้าที่รักษาผู้ป่วยที่มีอาการบาดเจ็บหรือเจ็บป่วยที่รุนแรงและเป็นอันตรายถึงชีวิต หากท่านโชคดีท่านก็ไม่จำเป็นต้องพบกับแพทย์ ER แต่หากท่านต้องพบแพทย์ ER ท่านก็จะได้รับการดูแลอย่างดีเยี่ยม กรุณาโทรแจ้งเบอร์ 000 หากท่านหรือเพื่อนจำเป็นต้องได้รับการดูแลทางการแพทย์แบบฉุกเฉิน ท่านอาจได้รับคำแนะนำให้เดินทางไปโรงพยาบาลเองหรือในบางสถานการณ์อาจมีรถพยาบาลมารับท่าน ท่านจะได้รับการดูแลทางการแพทย์จากเจ้าหน้าที่ประจำรถพยาบาลหรือเจ้าหน้าที่กู้ชีพ ระหว่างที่ท่านเดินทางไปโรงพยาบาล
ยาตามใบสั่งยาของแพทย์
หากท่านจำเป็นต้องนำยาจากประเทศบ้านเกิดของท่านเข้ามาในประเทศออสเตรเลีย ให้นำประวัติทางการแพทย์ ใบสั่งยา และจดหมายจากแพทย์ของท่านมาด้วย ถ้าท่านคิดว่าท่านจำเป็นต้องซื้อยาตัวเดิมเพิ่มเมื่ออยู่ในออสเตรเลีย ท่านก็ควรนำคำแปลภาษาอังกฤษของใบสั่งยาของท่านมาด้วยเพื่อยื่นให้แพทย์ในออสเตรเลียดู ท่านสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้จากหัวข้อ “นักเดินทาง” (Travellers) ของเว็บไซต์ผลิตภัณฑ์รักษาโรคของออสเตรเลียที่ www.tga.gov.au
แพทย์ GP ของออสเตรเลียอาจมีวิธีการจ่ายยาต่างไปจากที่ท่านเคยชิน โดยปกติแล้ว ท่านจะไม่ได้รับยาสำหรับอาการอย่างเช่น ไข้หวัดใหญ่หรือปวดท้อง แต่ท่านสามารถซื้อยาแบบไม่ต้องใช้ใบสั่งยาเพื่อบรรเทาอาการปวดและลดไข้ได้จากร้านขายยา (หรือเรียกอีกอย่างว่า Drugstore หรือ Pharmacy) และซูเปอร์มาร์เก็ตบางแห่ง
ถ้าแพทย์ GP ของท่านลงความเห็นว่า ยาสามารถช่วยบรรเทาอาการของท่านได้ แพทย์ก็จะออกใบสั่งยาให้ ใบสั่งยาคือกระดาษแผ่นหนึ่งที่มีรายละเอียดของท่าน รายละเอียดของแพทย์ GP ของท่าน พร้อมทั้งชื่อและปริมาณของยาที่ท่านควรได้รับ จากนั้นท่านต้องนำใบสั่งยานี้ไปยังร้านขายยา แล้วร้านขายยาก็จะจ่ายยาให้ท่าน แพทย์ GP ในออสเตรเลียจะไม่จ่ายยาให้ท่านเองโดยตรง
เมื่อร้านขายยาจ่ายยาให้ท่านแล้ว ท่านจะต้องลงชื่อในใบยืนยันว่าท่านได้รับยาแล้ว และท่านต้องจ่ายค่ายาด้วย ราคายาจะถูกหรือแพงขึ้นอยู่กับชนิดของยา แต่บางทีร้านขายยาอาจจะให้ยายี่ห้อทั่วไป ซึ่งมักจะมีราคาถูกกว่า ท่านมีสิทธิเลือกได้ว่าจะใช้ยายี่ห้อทั่วไปหรือยี่ห้อแบรนด์เนมที่แพทย์สั่งให้ท่าน สารออกฤทธิ์ในยาทั้งสองแบบนั้นเหมือนกัน - ความแตกต่างเพียงอย่างเดียวก็คือบรรจุภัณฑ์และราคา
เมื่อท่านเอายากลับบ้าน เป็นเรื่องสำคัญที่ท่านจะต้องปฏิบัติตามคำแนะนำบนสติ๊กเกอร์ที่ร้านขายยาแปะไว้ข้างซองยา ซึ่งจะมีรายละเอียดของโดสยา – นั่นก็คือปริมาณยาที่ท่านควรใช้ต่อครั้งและความถี่ในการใช้ยา หากท่านไม่ปฏิบัติตามคำแนะนำนี้ ท่านก็อาจป่วยหนักกว่าเดิมก็ได้ และท่านอาจมีอาการจากการใช้ยาเกินขนาด
หากท่านมีข้อสงสัยเรื่องยา กรุณาสอบถามจากร้านขายยาหรือติดต่อกับสายด่วนข้อมูลยา (Medicines Line) ได้ที่ 1300 888 763
ระบบการจ่ายยาของออสเตรเลียอาจจะดูเข้มงวดและเคร่งครัดกว่าที่ท่านเคยชินที่บ้านเกิดท่านอย่างมาก แต่นี่ไม่ได้หมายความว่าแพทย์ชาวออสเตรเลียไม่ตระหนักถึงความสำคัญของสุขภาพและความผาสุกของท่าน ความจริงนั้นตรงกันข้าม รัฐบาลออสเตรเลียบัญญัติกฎและระเบียบการรักษาทางการแพทย์ที่เข้มงวดเหล่านี้ก็เพื่อคุ้มครองสุขภาพของท่าน และทำให้การลักลอบใช้ยาที่ต้องมีใบสั่งยานั้นทำได้ยากมากขึ้น
ทันตแพทย์
แพทย์อีกประเภทหนึ่งที่ท่านอาจจำเป็นต้องพบในออสเตรเลียก็คือทันตแพทย์ ท่านสามารถค้นหาทันตแพทย์ใกล้ที่พักของท่านได้จากสมุดโทรศัพท์หน้าเหลือง (www.yellowpages.com.au) ปกติแล้วทันตแพทย์จะเก็บค่าบริการ ซึ่งก็ค่อนข้างแพง อย่างไรก็ดี ประกันสุขภาพ OSHC ของท่านอาจช่วยจ่ายค่ารักษาให้ส่วนหนึ่งก็ได้ – ท่านควรอ่านรายละเอียดกรมธรรม์ OSHC ของท่าน แล้วดูว่าประกันของท่านให้ความคุ้มครองด้านทันตกรรมแบบใดบ้าง
รายละเอียดเพิ่มเติม
อ่านเพิ่มเติมเรื่องบริการสุขภาพทั่วประเทศออสเตรเลียได้