|
“ตลอดระยะเวลาที่ทำงานเป็นอายุรแพทย์โรคหัวใจดูแลผู้ป่วยโรคหัวใจ ผมมีความสุขเสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเห็นว่าคนไข้ที่ได้รับการรักษานั้นหายดีและกลับไปมี ชีวิตได้อย่างเป็นปกติ”
“ผมจบโรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และเข้าศึกษาต่อในคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ได้รับปริญญาแพทยศาสตร์บัณฑิตเมื่อปีพ.ศ. 2525 ในขณะนั้นผมทราบดีว่าประเทศออสเตรเลียมีความก้าวหน้าทางด้านการแพทย์และ เทคโนโลยี และเน้นการให้ความสำคัญกับการดูแลผู้ป่วยอย่างใกล้ชิด ซึ่งผมคิดว่าเป็นสิ่งที่น่าจะสามารถนำมาปรับใช้กับประเทศไทยได้ดี ผมจึงตัดสินใจไปฝึกเรียนเป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางที่นั่น
ก่อนไปศึกษาต่อที่ออสเตรเลีย ผมมีการเตรียมตัวโดยการเรียนภาษาอังกฤษเพิ่มเติม เมื่อเดินทางไปถึงออสเตรเลียในครั้งแรก ผมต้องไปสอบใบประกอบโรคศิลป์ เพื่อที่จะสามารถทำงานเป็นแพทย์ที่นั่นได้ ในครั้งนั้น ผมได้ทราบว่าผมเป็นแพทย์ไทยคนแรกที่ไปฝึกเรียนเป็นผู้เชี่ยวชาญตั้งแต่ต้นจน จบ เนื่องจากการฝึกเป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางที่ออสเตรเลียนั้นจะต้องใช้ เวลานานมากและจะต้องทำงานไปพร้อม ๆ กับการเรียน จึงยังไม่มีใครไปฝึกทางด้านนี้มาก่อน ;
ผมได้ไปศึกษาต่อทางด้านอารยุกรรมฝึกเป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง โดยไปทำงานครั้งแรกที่ Royal Brisbane Hospital ที่เมืองบริสเบน ในรัฐควีนส์แลนด์ จากการช่วยเหลือและการประสานงานของ ศ.นพ.วีกฤษณ์ วีรานุวัฒน์ และ Professor Lorie W Powell ที่ออสเตรเลีย หลังจากนั้น ผมได้เข้าไปทำงานต่อที่โรงพยาบาลเฉพาะทางทางด้านหัวใจที่ The Prince Charles Hospital ที่เมืองบริสเบน เช่นกัน
|
สำหรับการปรับตัวในขณะอยู่ที่ออสเตรเลีย ผมต้องปรับตัวในเรื่องของการช่วยเหลือตัวเอง ทั้งการดูแลที่พักอาศัย การทำสวน การทำความสะอาดบ้าน ผมเรียนรู้ที่จะจัดแบ่งเวลาระหว่างการทำงาน การเรียน และการดูแลตัวเอง ซึ่งผมก็ใช้เวลาในการปรับตัวไม่นานเพราะความเป็นอยู่ที่นั่นค่อนข้างสะดวก สบายมากกว่าบ้านเรา โดยเฉพาะในเรื่องของการจราจร ส่วนในเรื่องของการทำงาน ผมประทับใจลักษณะการทำงานของคนที่นั่นมาก เขาจริงจังกับการทำงานในช่วงเวลาการทำงานและพักผ่อนอย่างเต็มที่ในช่วงเวลา พัก ซึ่งแตกต่างจากการทำงานในประเทศไทย ผมจึงสนุกกับการทำกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อเป็นการพักผ่อนอย่างเต็มที่ เช่น เล่นเทนนิส ทำสวน และปลูกต้นไม้ เป็นต้น
หากจะพูดถึงประสบการณ์สนุก ๆ ในขณะอยู่ที่ออสเตรเลีย ผมบอกได้เลยว่าผมรู้สึกสนุกตลอดเวลาที่อยู่ที่นั่น สิ่งที่ดีที่สุดสำหรับประเทศออสเตรเลียคืออากาศที่ดีและปราศจากมลภาวะ การอยู่ในเมืองที่มีอุณหภูมิที่ค่อนข้างสม่ำเสมอเกือบทั้งปีและมีฝนตกน้อย ทำให้ผมสามารถใช้ชีวิตได้อย่างสนุกสนาน สามารถเล่นกีฬากลางแจ้ง ทำสวน และออกกำลังกายต่าง ๆ เมื่อมีเวลาว่างได้อย่างเต็มที่
กระทั่งปัจจุบันนี้ ผมก็ได้ปรัชญาในการใช้ชีวิตประจำวันมาจากการใช้ชีวิตที่ออสเตรเลีย คือในการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพนั้น จะต้องตั้งใจทำจริง และเมื่อถึงเวลาพักผ่อนก็จะต้องพักให้เต็มที่ ซึ่งเป็นสิ่งที่ผมเรียนรู้จากคนทำงานชาวออสเตรเลีย
แม้ผมจะมีงานที่ต้องรับผิดชอบมาก ผมก็ยังหาเวลาพักผ่อนด้วยการออกกำลังกายและการอ่านหนังสือเสมอ ผมยังได้กลับไปเที่ยวออสเตรเลียเป็นประจำเพื่อไปเยี่ยมลูกทั้ง 2 คน ซึ่งผมได้ส่งไปเรียนที่เมืองบริสเบน เพราะผมมั่นใจว่าลูก ๆ ของผมจะได้รับการศึกษาและชีวิตความเป็นอยู่ที่มีคุณภาพที่ออสเตรเลีย”
|