Jeerachote

Jeerachote
จีรโชต สถิรกุล

จุดเริ่มต้นของการไปศึกษาต่อที่ประเทศออสเตรเลีย เริ่มเมื่อคุณปู่ของผมได้ศึกษาที่นั่น ซึ่งถือเป็นนักเรียนไทยคนแรกที่ศึกษาที่นั่น ต่อมาคือ รุ่นลุงของผม  แล้วก็เป็นผมและน้องชายที่คุณพ่อส่งไปศึกษาต่อหลังจากจบชั้นมัธยมปีที่ 3 จากโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียน

เมื่อผมไปถึงประเทศออสเตรเลีย คุณพ่อก็จับแยกโรงเรียนกับน้องชาย ผมได้เข้าโรงเรียนประจำ Aquinas College ที่เพิร์ธ ส่วนน้องชายได้เข้าเรียนที่ Christ Church Grammar School ซึ่งผมเป็นเด็กไทยคนเดียวในโรงเรียนนั้น ผมกับน้องจะเจอกันเฉพาะเวลามีการแข่งขันฟุตบอลระหว่างโรงเรียนเท่านั้น

ผมใช้ชีวิตอยู่ในโรงเรียนประจำตลอดตั้งแต่ Year 10 ถึง Year 12 หลังจากนั้นผมสอบเข้าได้ที่ Bachelor of Commerce, University of Western Australia (UWA) ซึ่งตอนนั้นมีคนไทยประมาณ 6 คน แต่ผมก็รู้สึกดีมาก เพราะไม่อยากย้ายเมือง เพราะผมชอบเมืองเพิร์ธมากๆ

ผมประทับใจในระบบการศึกษาของออสเตรเลียที่มีคุณภาพและมีมาตรฐานเป็น ที่ยอมรับระดับนานาชาติ ยกตัวอย่างตอนที่ผมศึกษาอยู่ช่วงมัธยมปลายนั้น ทางโรงเรียนก็จะเน้นเลยว่า ถ้านักเรียนอยากเข้าคณะอะไร มหาวิทยาลัยอะไร ทางโรงเรียนก็จะมาจัดอันดับ ให้คำปรึกษาช่วยเหลือและเตรียมความพร้อมว่านักเรียนต้องเรียนวิชาอะไร ต้องได้คะแนนเท่าไหร่ ถึงจะสามารถเข้ามหาวิทยาลัยได้ พอถึงเวลาสอบเข้ามหาวิทยาลัยนักเรียนก็จะไม่รู้สึกกดดัน และสามารถทำได้สำเร็จ

นอกจากนี้ในเรื่องของกิจกรรม ทางโรงเรียนก็มีกิจกรรมหลากหลายทำให้นักเรียนรู้จักการปรับตัวในการเข้าร่วม สังคมมากขึ้น ซึ่งฟุตบอลคือกิจกรรมที่ผมชอบที่สุด ผมรู้สึกการเล่นกีฬาเปิดโอกาสทำให้ผมรู้จักกับเพื่อนต่างชาติเยอะ ตอนที่อยู่ปีสุดท้าย ผมได้เป็นกัปตันทีมฟุตบอล มันทำให้ช่วงชีวิตตอนนั้นมีความสุขมาก เพราะเราสามารถสร้างมิตรภาพมากมายโดยใช้กีฬาและกิจกรรมมาเป็นตัวเชื่อมเพื่อ สร้างมิตรภาพอันดีงามระหว่างเพื่อน ๆ หลากหลายเชื้อชาติ

ตอนที่ผมอยู่ที่นั่น ผมมีโอกาสได้เรียนรู้และปฏิบัติจริง ถือว่ามีโอกาสได้ค้นคว้าหาความรู้ด้วยตนเองและร่วมเสนอความคิดเห็นต่าง ๆ ทำให้ผมมีความมั่นใจ และได้ลงมือทำในหลายๆสิ่ง เวลาที่อยู่ตรงนั้นมันทำให้เรามีโอกาสได้อ่านหนังสือและได้เรียนรู้เยอะขึ้น เพราะปกติในเมืองไทย นักเรียนต้องไปเรียนพิเศษหลังเลิกเรียน ไปกวดวิชาวันหยุด แต่ตอนที่อยู่ออสเตรเลีย ผมมีโอกาสศึกษาอะไรที่ผมสนใจในบรรยากาศและระบบการศึกษาที่เอื้ออำนวย ผมว่ามันมีส่วนทำให้เราสามารถค้นหาตัวเองว่าชอบอะไร อยากทำอะไร… เช่น มีวิชาหนึ่งซึ่งผมประทับใจมาก นักเรียนจะไปนั่งอยู่ในสวนใต้ต้นไม้คนละต้น ใช้ชีวิต ใช้เวลาคุยกับตัวเอง คุยกับธรรมชาติ หรือลองคิดว่าตัวเองคุยกับต้นไม้ แล้วต้นไม้บอกคุณว่าชีวิตของเขาเป็นอย่างไร เขาต้องการอะไร ซึ่งทำให้นักเรียนค้นพบตัวเองและได้มีเวลาคิดว่าตัวเองต้องการอะไร แทนที่จะเรียนหนังสืออย่างเดียว

หลังจากเรียนจบปริญญาตรีจาก UWA ผมกลับมาประเทศไทยและมีเวลา 6 เดือนก่อนที่จะต้องไปเกณฑ์ทหาร

ระหว่างนั้นผมได้มีโอกาสทำงานเป็น Temporary Worker ที่ Unilever ในตำแหน่ง Assistant Brand Manager หลังจากนั้นผมจึงไปศึกษาต่อปริญญาโท และได้กลับมาร่วมงานกับ Unilever อีกครั้งในตำแหน่ง Brand Manager ปัจจุบันผมทำงานในตำแหน่ง Brand Manager ที่บริษัท Rich Monde ดูแลผลิตภัณฑ์ Red Label

ผมมองว่า...คนเก่งที่เรียนจบจากประเทศไทยนั้นก็มีเยอะ แต่การไปศึกษาที่ออสเตรเลียเหมือนเป็นการเปิดโลกทัศน์และเพิ่มวิสัยทัศน์ให้ กว้างขึ้น อีกทั้งประสบการณ์ต่างๆก็ทำให้เราเข้มแข็งขึ้นด้วย ซึ่งถ้าผมมีลูกเอง โรงเรียนประจำที่ออสเตรเลียจะเป็นที่ที่ผมจะส่งเขาไปเรียนต่ออย่างแน่นอน เพื่อจะได้ไปเรียนรู้ชีวิตของเขาตรงนั้น เพราะผมได้เรียนรู้จากการไปอยู่ที่ออสเตรเลีย และยังประทับใจมาจนถึงทุกวันนี้

Sidebar

  • Print this pageสั่งพิมพ์หน้านี้
  • Send this page to a friendการติดต่อกับเรา